เรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไทและปชป. และปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
เรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไทและปชป. และปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
Online petition - เรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไทและปชป. และปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ตามที่นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์ ว่าเป็นเว็บไซต์อันตรายที่ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจัดการ ตามข่าวทางสื่อมวลชนทั่วไป ความแจ้งแล้วนั้น
พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้
- เราเห็นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ต้องได้รับการเคารพและปกป้อง
สังคมประชาธิปไตยทุกสังคม ที่ปรารถนาความสงบสุข สันติภาพ และความสมานฉันท์ จำเป็นต้อง ส่งเสริม และ ปกป้อง สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่
เหตุเพราะความเคารพและความเข้าใจอันดีต่อกัน “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมที่ผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย และหนทางเดียวที่จะนำเราไปสู่การเรียนรู้ที่จะเข้าใจและเคารพกันได้ คือสภาพสังคมที่เอื้อให้ทุก ๆ คน มีสิทธิเสรีภาพในแสดงออกด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่
ประตูที่จะนำไปสู่ความยอมรับเคารพซึ่งกันและกัน จะถูกปิดตาย เมื่อปากและใจของเราถูกบังคับให้ปิดลง
- เราไม่เห็นด้วยกับการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง
รายชื่อเว็บไซต์และเว็บล็อกส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อ มิได้นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ หลายแห่งนำเสนอข้อมูลทางวิชาการอย่างมีเหตุมีผล การกล่าวหาเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านั้นอย่างเหมารวมของนายเทพไท เสนพงศ์ จึงเป็นความผิดพลาด ขาดการตรวจสอบข้อมูล เป็นการกดดันเพื่อปิดกั้นความคิดเห็นของคนอื่นโดยไม่เลือกวิธีการ เป็นการปลุกปั่นนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายฝ่ายตรงกันข้าม รวมทั้งเป็นการก่อความแตกแยกของคนภายในชาติ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึงการขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตย
Petition:
พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายนี้ขอเรียกร้องให้นายเทพไท เสนพงศ์ และพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีเว็บไซต์หรือบุคคลอื่นอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งหยุดกดดันหรือสร้างกระแสให้มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ โดยทันที
และเนื่องด้วยการกระทำเช่นนายเทพไท เสนพงศ์ ในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการใช้ข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการริดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายอื่น ๆ และแม้การกระทำเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ แต่เราก็ยังพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวอยู่เสมอ จากทั้งหน่วยงานรัฐ นักการเมือง และสื่อมวลชน เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดพฤติกรรมดังกล่าวด้วยเช่นกัน
พร้อมกันนี้ พวกเราขอเชิญชวนชาวอินเทอร์เน็ตและพลเมืองทุกคน ให้ยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมและรับผิดชอบ และร่วมกันตรวจสอบดูแลและปกป้องพื้นที่อินเทอร์เน็ต ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้แสวงหาปัญญาและยอมรับความคิดอันหลากหลายของเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม
ขอแสดงความนับถือ
ฉกาจ ชลายุทธ (a.k.a. molecularck)

ปกป้องเสรีภาพของเรา
บนอินเทอร์เน็ตของเรา
ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์
ช่วยกันรณรงค์ หากเห็นด้วย ช่วยกันบอกต่อ / forward / โพสต์ลงบล็อก / ใส่ลงใน del.icio.us / ใส่เป็นลายเซ็นท้ายอีเมล / ปรินท์ไปแปะหน้าร้านเน็ต ฯลฯ ตาม
- molecularck's blog
- 104 reads






ผมลองสุ่มเข้าไปดูในบางเว็บไซต์ครับ พบว่า บางเว็บได้ถูกบล็อกโดยเจ้าของ หรือโดนลบทิ้งไปแล้ว ในบางเว็บก็มีข้อความที่ไม่เหมาะสมอยู่จริง ๆ
ความเห็นของคนกลุ่มนึงที่ต้องการจะบล็อกเว็บเหล่านี้ ก็เป็นความเห็นรูปแบบหนึ่ง ในมุมมองของคนเหล่านั้นเช่นกันครับ อยู่ที่ว่าคนที่ตัดสินใจขั้นสุดท้าย เป็นใคร มีความเห็นแบบไหน คงไม่มีการตัดสินแบบไหนที่จะทำให้ถูกใจคนได้หมดทุกคน แต่น่าจะมีระดับของความเหมาะสมที่คนส่วนใหญ่พอใจครับ
ถ้าตัดสินเป็นแบบ all-or-none ฝ่ายนึงถูก ฝ่ายนึงผิด สุดท้าย แล้วก็ตำหนิกันไปมา ไม่จบ ไม่ถูกตำหนิว่าริดรอนเสรีภาพ ก็ถูกตำหนิว่าให้เสรีภาพเกินขอบเขต
ความเห็นบางอย่างมีลักษณะที่สุดโต่ง และพาดพิงถึงสถาบันที่คนไทยทุกคนเคารพรัก จนอึดอัดที่จะอ่านครับ
ผมคิดว่า น่าจะมีการนำเอาเนื้อหาในเว็บเหล่านี้มาพิจารณากันใหม่ และต่อไปทำอย่างไรให้ผู้ใช้อินเตอร์เนตทุกคนได้ช่วยกันสอดส่องดูแลครับ
ขอใช้พื้นที่นี้ ตอบคุณ zybernav ครับ :D
เห็นด้วยว่า คงไม่มีใครแย้งว่า มี “บางเว็บ” ตามที่คุณกล่าว มันมีข้อความที่ไม่เหมาะสมอยู่จริง ๆ
และถ้าอ่านอย่างใจเป็นกลาง มีเพียง “ไม่กี่เว็บ” เท่านั้นที่ “เข้าข่าย” แล้วอีก “ส่วนใหญ่” ที่เหลือนั้น กลับ “โดนลาก” ไปรวมด้วยทั้งๆ ที่ไม่ได้มีข้อความตามที่กล่าวอ้าง ( อ้างจากรายงาน http://www.prachatai.com/05web/th/home/12294 )
คงต้องแยกกันครับ
เห็นด้วยนะครับ อย่างที่เสนอไปในย่อหน้าท้าย ๆ ว่า ควรจะมีการหยิบมาพิจารณาเป็นกรณีของแต่ละเว็บ แต่ไม่ใช่การปิดหมด หรือเปิดหมด (all-or-none) แบบที่คนบางกลุ่มชี้นำเช่นเดียวกันครับ
เสรีภาพในการรับข่าวสารเป็นเรื่องที่จำเป็น ในขอบเขตของการแสดงความคิดเห็นที่ไม่นำไปสู่ความแตกแยกแบบสุดขั้วครับ
:)
Post new comment