งาน BlogFest.Asia วันที่ 1

In: event

11 Nov 2009

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่โรงแรม Cityview กลางเมืองฮ่องกง ซึ่งหลังจากทำธุระส่วนตัวกันเล็กน้อย @chiao  ก็มารับในเวลา 9.30 ที่ล๊อบบี้โรงแรม เพื่อพาไปยังงาน BlogFest.Asia ซึ่งจัดที่ Yau Ma Tai Community Center ถ้าเรียกภาษาไทยมันก็คล้าย ๆ ศาลาประชาคมที่รัฐสร้างให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์

งานจัดที่ชั้น 2 ของอาคารนี้ซึ่งเป็นห้องโถงใหญ่ โดยหน้างานก็มีโต๊ะ ของผู้สนับสนุนอย่าง Yau Ma Tai Community Center มาตั้งโต๊ะแจกใบปลิว ถัดมาเป็นโต๊ะลงทะเบียน ซึ่งจะมีสติ๊กเกอร์งาน BlogFest.Asia และ BloggerCon HK แจกในงาน  เข้าไปด้านในห้องจะมีโต๊ะต่าง ๆ ของผู้สนับสนุนและหน่วยงานด้าน NGO ต่าง ๆ ค่อยตั้งโต๊ะแจกใบปลิวไป รวมถึงในงานมีเครื่อง OLPC มาโชว์ด้วย ซึ่งเจ้าเครื่อง OLPC นี้เป็นโครงการที่ดันตายในบ้านเราซะก่อนแต่ประเทศอื่นเกิดขึ้นมาได้ และ OLPC ยังมีความเทพหลาย ๆ อย่างเช่นทำเป็น Tablet ได้ หน้าจอเมื่อหรี่ลงสุด บนหน้าจอจะแสดงผลเป็นคล้าย ๆ E-ink และยังเล่นเนตได้ดีอีก ซึ่งน่าเสียดายที่บ้านเราดันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่งั้นเราคงมีคอมพิวเตอร์ถูก ๆ ให้เยาวชนใช้กัน



ในส่วนของหน้างานจะแบ่งเป็น 3 ส่วนด้านขวาสุดจะเป็นหน้าจอนำแสดงสไลด์ของผู้พูดที่พูด ตรงกลางเป็นต่ำแหน่งผู้นำเสนอและซ้ายสุดเป็นหน้าจอเพื่อนำแสดงผลการ live ผ่านเว็บ BlogFest.Asia งานในวันนี้จะเน้น theme Sustainability และ change ทำให้ในงาน speaker ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของ NGOs หรือกลุ่มองค์กรที่ทำประโยชน์ต่อสังคม


โดย speaker กลุ่มแรกคือกลุ่ม Global Voices  online ซึ่ง Global Voices online คือกลุ่ม NGO community ที่มี blogger มากกว่า 200 คนทั่วโลก ที่ทำหน้าที่แปลข่าวจากต่างประเทศทั่วโลกมาเป็นภาษาท้องถิ่น และแปลข่าวท้องถิ่นจากภาษาตัวเองไปเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งข่าวที่แปลจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาตัวเอง และจากภาษาตัวเองเป็นภาษาอังกฤษนี้ เป็นข่าวที่ไม่มีการออกในสื่อกระแสหลัก เช่นข่าวด้านวัฒนธรรม ข่าวด้านการกดขี่จากรัฐ ข่าวด้านสิ่งแวดล้อม  ซึ่งนี้ทำให้เรารับรู้เสียงของโลก และเสียงของโลกก็ส่งถึงเราว่าเกิดอะไรขึ้นทั่วทุกที่

ในตอนนี้ Global Voices online ตอนนี้มีแปลแล้ว 18 ภาษา และจะมีตามมาอีก 10 ภาษา ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีภาษาไทย ใครสนใจอยากทำงาน NGO ช่วยเหลือสังคม ซึ่งได้ประโยชน์มหาศาลก็ลองติดต่อ Global Voices online เพื่อแปลข่าวและส่งข่าวดูครับ

speaker คนที่ 2 คือ charlesc มาพูดในหัวข้อเรื่อง From Obama to MA19 — Case study of Ma Ying Jeou 2008 Online Campaign ซึ่งก็คือเว็บไซต์รณรงค์หาเสียงของผู้สมัครประธานาธิบดีของไต้หวันในปีที่แล้ว  Ma Ying Jeou โดยเค้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากเว็บไซท์ WhiteHouse.gov ก็เลยมาทำเว็บให้และเค้าก็มีความเกี่ยวข้องกับ Ma Ying Jeou แบบทางอ้อมเลยได้รับงานมาทำเป็นเว็บไซท์ MA19.net

ซึ่งเรื่องที่ฟังในครั้งนี้ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพราะบ้านเราก็ทำไปแล้วอย่าง pm.go.th อาจจะมีข้อแตกต่างกันด้าน features ซึ่งก็คงต้องไปตัดสินเอาเองครับว่าแบบประเทศไหนดีกว่ากัน

speaker ที่ 3 คือกลุ่ม blogger ท้องถิ่นและกลุ่มผู้จัด bloggercon ตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งมี blogger จากจีน (Isaac Mao), จากฟิลิปปินส์ (Oliver (a.k.a. Blogie) Robillo และ Juned Sonido), จากมาเลเซีย (Jeremiah Foo) นอกจากนี้ยังมี blogger จากพม่ามา ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังจะทำ BarcampYangon (myanmarbloggerssociety.org)


ใน session (ลำดับอาจผิด) นี้ Blogger มาเลย์มาเล่าถึง commnity blogger ที่มาเลเซียจนได้จัด MYbloggercon และต่อด้วย Blogger ฟิลิปปินส์ซึ่งเล่าถึง community ตัวเองเช่นกันและยังเป็นผู้จัด Wordcamp philippines อีกด้วย ต่อด้วย blogger พม่าที่มาเล่าสั้น ๆ เกี่ยวกับ community blogger ที่พม่าที่ถูกรัฐบาลทหารพม่าจับตามองรวมถึงกิจกรรมที่จะจัดอย่าง BarcampYangon ที่จะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ barcampper ก็เตรียมตัวกันได้ สุดท้ายเป็น Isaac Mao ที่มาเล่าความเป็นไปเป็นมาของ Blogger ในจีนว่า community เกิดเมื่อไหร่และแต่ละปีเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งมี blogger หลายคนโดนจับเพราะไปวิจารณ์รัฐบาล หรือถูกสังหารไป และอินเทอร์เนตจีนยังมีการ censor ที่เข้มงวดมาก ทำให้มีการหาช่องทางที่จะใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการส่งข้อความออกไปสู่โลกภายนอกและช่วยเหลือ blogger ด้วยกันจากการคุกคามของรัฐบาล จนมี community ที่เข้มแข็ง และมีกิจกรรมอย่าง CNbloggercon ที่จัดขึ้นและมีรัฐบาลมีการส่งตำรวจมาดูเนื้อหาในการพูด โดย Isaac บอกว่าใน CNbloggercon ครั้งล่าสุดนั้น มีคนที่พูดดีมากจนขนาดยังลุกขึ้นปรบมือให้

ต่อมาเป็น Session ที่เกี่ยวกับ Climate Change และ ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมี TH Schee จากไต้หวันที่ทำ Disaster Relief 2.0, Tonyo Cruz จากฟิลิปปินส์ที่ใช้ blog และ Social media มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากไต้ฝุ่น, กลุ่ม NomadGreen.org จากมองโกเลียที่ทำเรื่องรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมและต่อต้านการทำลายสิ่งแวดล้อมในมองโกเลีย สุดท้ายคือกลุ่ม Clear Air Network (CAN) ของฮ่องกง ที่มารณรงค์ให้ช่วยกันปรับปรุงสภาพอากาศของอ่องกง

เริ่มต้นการพูดจาก Clear Air Network (CAN) ซึ่งออกมารณรงค์ให้ช่วยกันรักษาสภาพอากาศของฮ่องกง ซึ่งตอนนี้ฮ่องกงมีมลพิษทางอากาศที่รุนแรงมาก (มากกว่า New York 3 เท่า) ทำให้เค้าต้องสร้างเว็บไซต์และSocial media เพื่อออกมารณรงค์ให้ประชาชนลงชื่อว่าจะร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมไม่เพิ่มมลพิษในอากาศ รวมถึงเรียกร้องต่อรัฐให้เข้ามาดูแลปัญหานี้

จาก TH Schee ก็มาพูดเรื่องการใช้ blog และ Social media มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติที่ไต้หวัน โดยเว็บไซต์เค้าทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการหาข้อมูล แจ้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ และแจ้งให้รัฐหรือคนทั่วไปเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการย่นระยะเวลาการฟื้นฟูและแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยตอนนี้เค้ามีอาสาสมัครคอยแจ้งข่าวต่าง ๆ ว่าที่ไหนเกิดอะไรขึ้นและได้รับการช่วยเหลืออย่างไร จากฟิลิปปินส์ Tonyo Cruz ก็มาพูดเรื่องการใช้ blog และ Social media ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่น และใช้ระบบ paypal มาช่วยในการบริจาคเงินเพื่อฟื้นฟูหรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่าง ๆ สุดท้ายกลุ่ม NomadGreen.org มาพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมที่มองโกเลียที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดการทำลายวัฒนธรรม รวมถึงสุขภาพของคนท้องถิ่น ในงานกลุ่ม NomadGreen.org ได้ยกตัวอย่างว่ามีเหมืองที่เกิดขึ้นในมองโกเลีย และทำให้โลหะหนักปะปนลงไปในแม่น้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคกัน ทำให้คนเป็นโรค คนที่มองโกลเลียไม่มีความรู้และไม่มีช่องทางร้องเรียน NomadGreen.org จึงเข้าไปดูแลให้การศึกษาและทำตัวเป็นช่องทางให้คนท้องถิ่นได้มีที่ร้องเรียนต่อไป

Session ต่อมาเป็น Session ที่คนสนใจกันเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็น Session ที่พูดโดยกลุ่มบริษัทที่ทำงานด้าน commercial โดยเป็นหัวข้อ “Blogging in Corporate & Commercial Landscape” ซึ่งมี Thomas Crampton จากบริษัท Ogilvy และ Alex Chu ซึ่งเป็น CEO ของบริษัทผู้ให้บริการ Blog ในฮ่องกง (Jacso)

โดย Thomas Crampton มาเล่าถึง blogging และ Social media marketing มามีผลอย่างไรต่อการตลาดยุคนี้และจะทำการตลาดที่ได้อย่างไรบน Social media ซึ่งสิ่งที่เป็นหัวใจของการนำเสนอคือ “การตลาดบน Social media ไม่ควรทำการตลาดแบบกระโตกกระตากแบบตลาดสด เพราะไม่มีใครชอบ” ต่อมา Alex Chu จาก Jacso มาเล่าถึงว่าทำไมต้องเปิดให้บริการบล็อกและบล็อกแล้วจะได้อะไร โดยเค้าเล่าว่า blogger หญิงของเค้าทำการรีวิวสินค้าเครื่องสำอาง จนบริษัทส่งเครื่องสำอางมาให้รีวิวพร้อมค่าทำ ซึ่งตรงนี้จะมองดูเหมือนเว็บไซต์ผู้ให้บริการบล็อกอย่าง Exteen.com บ้านเราที่คนในนั้นประสบความสำเร็จจนเป็นนักเขียนไปเช่นกัน

Session ต่อมาเป็นเรื่อง “Open society in Creative Asia” ซึ่งมี Gen Kanai ตัวแทนจาก Mozilla Jimmy Soriano จาก Creative Common Asia, Gordon Lo จาก HKPC & Asia Open Source Software Center และผู้ก่อตั้ง Wikimedia ของ Hongkong

ในงาน Gen ไม่สามารถมาได้เลยส่งวิดีโอมาพูดแทนเกี่ยวกับ Blogging และ Mozilla นิดหน่อย จาก Creative Common Asia ก็มาพูดเรื่อง Creative Common และให้ความรู้ด้านสถานการณ์ Creative Common ในประเทศต่าง ๆ ว่าเป็นอย่างไร จาก HKPC & Asia Open Source Software Center มาพูดเรื่อง FOSS และ Opensource ตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทยนั้นถูกชมว่าเป็นประเทศที่ Active มากในเรื่อง Opensource มีการจัดงาน contribute opensource และ localization opensource กันเยอะมาก สุดท้ายตัวแทนจาก wikimedia hongkong มาพูดเรื่อง wiki ใน Hongkong ว่ามีคนใช้มากแค่ไหนและมีจำนวน contributer บทความมากแค่ไหน ซึ่งตอนนี้ทางผู้ก่อตั้ง wikimedia Hongkong ให้ข้อคิดว่าจำนวนบทความใน Wiki นั้นไม่สำคัญเท่าคุณภาพบทความ หากมีน้อยแต่คุณภาพดีก็ถือว่าดีมาก

ซึ่งจบนี้ก็คือจบงาน BlogFest.Asia วันแรกแล้ว โดยหลังจากนี้มีงาน  Asia Blogger Choice Award และ WebWednesday ที่จัดวันศุกร์ ซึ่งไม่สามารถเข้าร่วมงานทั้ง 2 งานได้เนื่องจาก

  • Asia Blogger Choice Award นั้นเป็นงานที่จัดด้วยภาษาจีนฮกเกี้ยน ซึ่งไม่สามารถเข้าใจได้ และเป็นเหมือนงานภายในของผู้ให้บริการ Blog อย่าง Jacso มากกว่า แต่มีข้อหน้าสังเกตุว่า Blogger ของฮ่องกงนั้นต่าง มีแฟนคลับของตัวเองอย่างมาก ซึ่งไม่รู้ว่าบ้านเราเป็นหรือไม่
  • WebWednesday ที่จัดวันศุกร์ นี้ไม่สามารถไปได้ เนื่องจากมีการเก็บเงิน 100 HK$  และงานจัดแค่ไม่ 1-2 ชั่วโมง เลยคิดว่าไม่คุ้มเงินที่เสียไปงาน ซึ่งนี้แตกต่างจากไทยที่งาน WebWedTH ในไทยจะฟรี

สุดท้ายเลยกลับโรงแรมไปพักผ่อนแล้วออกมาหาอะไรทานกันเช่นเดิม เมื่ออิ่มแล้วก็คิดว่าน่าจะออกไปเดินดูในตัวเกาะฮ่องกงว่าเป็นอย่างไร เลยนั่งรถไฟใต้ดินจากสถานี Ya Mai Tei ไปสถานี Central ซึ่งใช้เงิน 10.5 HK$ ต่อเที่ยว เข้าไปในตัวเมือง เดินออกทางออก J1 หรือ K ก็จะมาโผล่ตรงลานอนุสาวรีย์ของผู้ว่าการเกาะฮ่องกงในสมัยที่อังกฤษยังยึกครองซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับศาลาว่าการเก่าและตึก HSBC ก็เดินรอบบริเวณนั้น โดยผ่าน Bank of China, Peak Tram, โบสถ์ St.John และ ตึก HSBC  ใช้เวลาเดินชั่วโมงกว่า ก็ได้เวลากลับโรงแรมไปพักผ่อนต่อ

ติดตามต่อ BlogFest.Asia วันที่ 2 ครับ

ปล. เดี๋ยวรอรูป update จาก nytonkla อีกทีครับ

ขอบคุณรูปจาก @ripmilla ครับ

ปิดท้ายด้วยคลิบ 5 ปี firefox ครับ

3 Responses to งาน BlogFest.Asia วันที่ 1

Avatar

iamSK

November 11th, 2009 at 16:01

Yau Ma Tai นะครับ ข้างบนน่าจะพิมพ์ผิด หลายที่ด้วยครับ, Yau Ma Tai เป็นชื่อเขตชุมชนเขตหนึ่งใน HK ด้วยนะครับ เช่นเดียวกับชื่อสถานีรถไฟใต้ดิน

ขอบคุณครับ
iamSK

Avatar

admin

November 11th, 2009 at 17:56

ขอบคุณครับ พิมพ์ผิดจริง ๆ

Avatar

งาน BlogFest.Asia ที่ฮ่องกง ตอนที่ 1 | BLOG [in] TREND : เว็บบล็อกดี ๆ ที่ อินเทรนด์

November 14th, 2009 at 15:49

[...] ที่มา – BlogFest.Asia/, nytonkla.com, molecularck.com [...]

Comment Form

About this blog

Blog นี้จะกล่าวถึงเรื่องราวชีวิตประจำวัน งานอีเว้นท์ และกระแส Social Mediaรวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่กำลังจะมาครับ เพื่อให้เกิดการตื่นตัวและเข้าใจในกระแสของโลกที่จะเป็นไปในด้าน IT ครับ

Photostream

Categories

Archives

video title

มารณรงค์ว่าอย่าขับรถเร็วกันเถอะ

promote

Spread Firefox Affiliate Button

เข้าสู่ @molek

Foursquare