blog นี้ยกเครดิตให้งานสัมมนา izen ของ SIU ในครั้งแรกที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขียนครับ

“จากคราวก่อนที่เกริ่นไปแล้วว่าจะบล็อกเรื่องนี้ใน twitter ก็ได้เวลาบล็อกอย่างจริงจัง”

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Social Media นั้นเข้ามามีบทบาทต่อเราทุกคนในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ มันก็เข้ามามีอิทธิพลไปเรียบร้อยไปทุก ๆ ด้าน การที่ Social Media มีอิทธิพลมากนั้นเนื่องจากการที่มันมีบทบาทของตัวเองเป็นระบบที่ Real Time หรือตรงเวลาในตอนนั้น และมีการแบ่งปันข้อมูลจากผู้ใช้จริง ผู้อยู่ในสถานที่จริง โดยสามารถส่งต่อให้กันได้โดยง่าย ทำให้เครื่องมือนี้สามารถวัดความคิดเห็นที่จริงของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยไม่อิงกระแสโฆษณา Read the rest of this entry »

Video blog day:2

In: fun

5 Feb 2010

Video blog อันที่ 2 วันนี้ก็เล่ากิจกรรมที่ทำมาทั้งวัน ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณภาพยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ

Video blog day:1

In: fun

4 Feb 2010

ได้แรงบันดาลใจจาก Avatar เลยลองทำดูครับ จะพยายามทุกวัน ตอนนี้เป็นตอนเปิดตัว มีแขกรับเชิญพิเศษ 2 ท่านครับ

The Legend of Koizumi

เป็นคลิปโปรโทที่เจ๋งมาก ๆ โคตรชอบ เอาไปเสพกัน

The Numbers Behind Pornography
Source: Online Education

Social Media คำ ๆ นี้บางคนอาจจะยังไม่คุ้น แต่หากเอ่ยถึง Hi5, twitter, Facebook และ Youtube หรือแม้กระทั่ง blog แล้ว หลายคนต้องร้อง อ๋อ ขึ้นมาทันที เพราะบริการเหล่านี้เข้ามาในชีวิตเรา หรืออยู่รอบตัวเราแล้วในปัจจุบัน บริการด้าน Social Network นั้นทำให้ช่วยเราสะดวกสบายขึ้น ทำให้ได้เพื่อนมากขึ้น ได้สังคมใหม่ ๆ มากขึ้น และได้รับรู้ข้อมูล หรือแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้นแล้ว บริการ Social Media เหล่านี้ก็ทำให้สูญเสียอะไรไปหลาย ๆ อย่างที่คุณนึกไม่ถึงก็เป็นได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ Social media ทำให้เสียไปคือชีวิตส่วนตัว Read the rest of this entry »

จากกระแส Social Media ที่มาแรงในปีนี้และ หลายกลุ่มโดยเฉพาะนักการตลาดได้เข้าจับจองพื้นที่แสวงหาผลประโยชน์ และกลุ่มคนที่เริ่มเคลมตัวเองว่าเป็นเป็น Social Media Expert หรือ Guru กันมากมาย ตอนนี้คงต้องมองกระแสที่กำลังจะมาแรงที่เรียกว่า Geolocation กันมั้งแล้วครับ ถ้าไม่อยากตกรถไฟขบวนนี้หรือถูกคนช่วงชิงกระแสจับจองพื้นที่ไปก่อน

Geolocation คืออะไร

คือการระบุจุดและข้อมูลของสถานที่ตามภูมิศาสตร์ในที่ต่าง ๆ ลงไปในอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เนต โดยข้อมูลจะเข้าไปอยู่ที่แผนที่อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งข้อมูลที่ส่งออกไปจะมีเรื่องประเทศ บริเวณ เมือง รหัสไปรษณีย์ พิกัดและtimezone

ซึ่งในตอนนี้การใช้ Geolocation นี้ได้มีการมาประยุกต์ใช่้กับบริการที่เรียกว่า location-based service

เจ้าบริการที่เรียกว่า location-based service (LBS) เป็นบริการทางข้อมูลและความบันเทิง ที่มาพร้อมกับมือถือผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ และด้วยการใช้ความสามารถในการระบุต่ำแหน่งบน Geolocation ต่าง ๆ ของมือถือเข้าไว้ด้วยกัน Read the rest of this entry »

Beware Thief

In: fun

14 Nov 2009

ป้ายแถว ๆ office

บล็อกห่างไปหลายวัน วันนี้มาต่องาน BlogFest.Asia วันที่ 3  กัน งานวันที่ 3 นั้นยังคงใช้สถานที่เดิม คือ Yau Ma Tai Community Center วันนี้งานแบ่งเป็น 2 ช่วงเช่นเดิมคือ

โดยเราได้เข้าไปในงาน Enable Citizen Media ซึ่งเป็นงาน Training ด้าน Security และ Privacy ในแบบต่าง ๆ ในตอนเช้าก็มีการบรรยายการใช้ Security และ Privacy อย่างง่าย จากการใช้การป้องกันการดักข้อมูลของเรา เช่นการใช้ Https:// หรือการใช้ Proxy หรือแม้แต่การเข้ารหัส (encryption) เอาไว้ รวมถึงการใช้อีเมล์ที่ปลอดภัย ซึ่งในงานอธิบายว่าเมล์ที่ปลอดภัยสุดคือ

  • Gmail เพราะเข้าทางช่องทาง https:// และไม่มีการส่ง IP address ไปกับเมล์ ทำให้ผู้ส่งปลอดภัย
  • Yahoo กับ Live mail นั้นส่งออก IP ทั้งคู่ทำให้ปลายทางรู้ว่าผู้ส่งอยู่ไหน ซึ่งไม่ปลอดภัยกับผู้ส่งเมล์

จบการใช้เครื่ืองมืออย่างง่าย ก็มาพูดเรื่องการใช้เครื่องมือที่เป็นลักษณะโปรแกรมอย่าง  Torproject ซึ่งในโครงการมีเครื่องมือให้เลือกมากมาย ซึ่ง Torproject นั้นเป็นที่นิยมในจีนมาก เพื่อใช้เข้าเว็บหรือส่งข้อความจากเหล่าบล็อกเกอร์มาสู่โลกภายนอก แม้ว่าจะถูกรัฐบาลจำกัดสิทธิ์ไว้ก็ตาม โดย Tor นั้นจะทำให้เครื่องของผู้ที่ลงทำตัวเป็น node proxy เพื่อช่วยดึงหน้าเว็บนั้นจากต้นทาง มาสู่ปลายทางผู้ร้องขอ ซึ่งในตอนนี้ทาง Torproject พยายามที่จะเพิ่มจำนวน node นี้อยู่

นอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ อีกมากมาย ที่ใช้กัน แม้ว่าเครื่องมือเหล่านี้จะมีประโยชน์มหาศาล แต่โทษนั้นก็มหาศาลเช่นกัน ถ้าผู้ใช้เอาไปใช้ผิดทาง

เข้าสู่ตอนบ่าย ก้มีการทำ Video link จากเมืองจีนมาที่งาน เพื่อพูดคุยกับ blogger ในจีนที่ถูก Censor อย่างหนักในตอนนี้ โดยทางผู้จัดงานได้แนะนำ ผู้เข้าร่วมงานจากชาติต่าง ๆ ให้ เสียดายที่งานนี้ก็พูดภาษาจีนเช่นเดิม ทำให้เราไม่สามารถฟังรู้เรื่องได้ จึงกลับไปรวมในห้องตัวเอง เพื่อทำ workshop ต่อ

ใน Workshop ก็มีการทดสอบ Torproject ให้เห็น และเครื่องมือ proxy tool ตัวหนึ่ง ว่าทำงานอย่างไร และทำงานได้จริงใหม่ เพราะใน Hongkong ก็มีการ Censor เว็บบางเว็บอยู่ เช่นของผมไม่สามารถอ่าน Google Reader ได้ โดยหน้าจอจะแจ้งว่า ไม่มี permission ในการอ่าน ต้องทำการเข้าเว็บด้วย https:// ถึงจะอ่านได้

เมื่อ Workshop เสร็จก็จบงาน ทุกคนต่างมาร่ำลากัน และนัดกันไปทานข้าวตอนเย็น โดยเราจะไปทานกันแถว Wah Wah lane ในฝั่งตัวเกาะฮ่องกง ซึ่งบริเวณนั้นกำลังมีงาน ประมาณร้านเบียร์ Carnival พอดี โดยทั่วไปบริเวณนี้จะเหมือนย่านร้านเบียร์ เที่ยวกลางคืนกัน ทำให้ฮ่องกงดูมีสีสันเข้ามาทันที เมื่อทานอิ่มแล้วก็เลยจะไปเดินเที่ยวต่ออีกนิดนึง โดยเรานัดกันไปที่ Peak Tram ซึ่งเป็นการนัดรถไฟฟ้าขึ้นเขาไปดูวิวทั่วทั้งเกาะฮ่องกง ตัวรถไฟนั้นวิ่งขึ้นเขาด้วยความชันประมาณ 68 ํ ซึ่งชันมาก ขึ้นไปถึงด้านบนก็เป็นศูนย์การค้าต่าง ๆ และสวนสาธารณะ และสามารถขึ้นไปสู่กว่านี้ได้อีก โดยการจ่ายเงินเพื่อขึ้นไปบนดาดฟ้าของอาคาร Peak Tram

ได้วิวสวย ๆ แล้ว ก็เหนื่อย จึงกลับมาพักผ่อน สำหรับผมก็เตรียมตัวจัดกระเป๋า เพื่อกลับเมืองไทยในวันถัดมา

ขอบคุณ @chiao และ Internews สำหรับเงินทุนที่ให้ไปร่วมงานดี ๆ ครับ

เข้าสู่วันที่ 2 ของงาน BlogFest.Asia วันนี้งานเริ่มขึ้นเวลาเดิมคือ 10.00 น. ตามเวลาเมืองฮ่องกง ซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง งานยังคงจัดอยู่ที่เดิมคือ Yau Ma Tai Community Center ซึ่งวันนี้งานจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

  • HKbloggercon
  • Open Group Discussion

โดยในส่วนงาน HKBloggerCon นั้นสิ่งที่น่าสนใจในงานคือการเชิญ Blogger ที่มีอายุมากที่สุดของฮ่องกง (91 ปีมั้งถ้าจำไม่ผิด)  มาร่วมงาน ซึ่งน่าสนใจตรงที่ว่ากลุ่มผู้สูงอายุของเมืองเค้า สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีโดยไม่มีกำแพงอะไรกั้น สามารถเขียน blog ทำวิดีโอลง youtube และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เนตได้ อย่างดี

ในงานก็มีการเสวนาเกี่ยว blog ซึ่งน่าเสียดายที่ฟังไม่ออกเพราะพูดภาษาจีนฮกเกี๊ยนกันอีกเช่นเคย ไม่มีคนแปลให้ ชาวต่างด้าวอย่างพวกเราเลยต้องขึ้นไปอยู่ในห้องอีกงานนึง นั้นคือกลุ่ม Open Discussion

ในตอนแรกกลุ่ม Open Discussion นั้นเป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งมีจากหลายหลายชาติเข้าร่วม ในห้องจะมีการให้แนะนำตัวว่าชื่ออะไร ทำอะไรมา และอยากจะแชร์หรือเรียนรู้อะไร เมื่อแนะนำตัวเสร็จก็ถึงว่าระดมสมองว่าจะอยากให้การพูดหรือถกประเด็นอะไรบ้าง ซึ่งก็ได้ออกมา 3 หัวข้อคือ

  1. กลุ่มจัดงาน Organizing
  2. กลุ่มความยั่งยืน Sustainability
  3. กลุ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย Privacy & security

เมื่อแบ่งได้ ก็ได้เวลาพักพอดีเลยตกลงกันว่าจะให้แต่ละกลุ่มออกไปทานข้าว ให้มีเวลาคุยกันและกลับมานำเสนอว่าได้อะไรจากการคุยในตอนเวลา 15.00 น.  ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก เนื่องจากผมติดธุระในการดำเนินการเรื่องค่าเครื่องบิน และค่าที่พักในระหว่างพักเที่ยงทำให้คลาดกับกลุ่มด้านการจัดงาน ซึ่งเลยต้องติดสอยห้อยตามกลุ่มด้านความปลอดภัยไปทานข้าวแทนและ เมื่อกลับมาพบว่า เค้าคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วระหว่างทานข้าวกัน T_T

เอาเป็นเวลาเมื่อกลับมาทุกคนได้เข้ามาสรุปในตอนเวลา 15.00 น. โดยแบ่งการสรุปดังนี้

  • กลุ่มจัดงาน Organizing ได้้สรุปว่า งานต้องมีคนเข้าร่วม 30-40 คน และต้องมีการสร้างความสัมพันธ์เพื่อเกิดการทลายกำแพงระหว่างกัน ซึ่งเมื่อสนิทกันก็จะสามารถร่วมแรงร่วมใจกันทำอะไรที่ดีได้ และต้องมีผู้นำคอยจัดการงานต่าง ๆ แบ่งหน้าที่ให้ผู้นำหน่วยย่อย ๆ ต่อไป
  • กลุ่มความยั่งยืน Sustainability ได้สรุปว่า งานแบบนี้น่าจะจัดต่อไปเรื่อย ๆ โดยการย้ายที่จัดไปประเทศต่าง ๆ และให้ประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดนั้นเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับงานที่จะมี ประเทศตัวเอง แหล่งที่เที่ยว แหล่งร้านอาหาร เพื่อเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวอีกทาง โดยเริ่มต้นจากการทำ mailing list เพื่อส่งข้อความเชื่อมถึงกันว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละประเทศ มีงานอะไรที่เค้าจะมาร่วมกับเราได้บ้าง นอกจากนี้กลุ่มที่ตั้งขึ้นยังมีหน้าที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เฝ้าระวังการคุกคามจากรัฐ โดยครั้งหน้ามีแผนที่จะไปจัดที่ประเทศเวียดนาม
  • กลุ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย Privacy & security ได้สรุปเครื่องมือพื้นฐานที่ควรใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของตัวเอง รวมถึงข้อควรระวังในการเข้าไปในเว็บไซต์ที่อาจมีเครื่องมีที่คอยติดตามเราต่อไป นอกจากนี้ยังพูดถึงเครื่องมือที่มี Security ที่ดีเช่น Firefox, Pidgin หรือโปรแกรมอื่น ๆ ซึ่งมีการแจก Tool ที่เรียกว่า Security in the box โดยตอนนี้มีการแปลไปหลายภาษา ในนั้นก็จะมีคู่มือให้และ CD รวมโปรแกรม FOSS (Free and Open Source Software) มาให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้สร้าง Tor Project มาพูดในงาน ซึ่งได้ให้ idea นิดหน่อยว่า Tor คืออะไร โดยสรุป Tor คือเครื่องมือที่จะทำให้เครื่องของผู้ใช้ Tor กลายเป็น Proxy ด้วยกันเอง ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเว็บที่ถูก block ได้ โดยผ่าน Proxy เครื่องของคนอื่นที่อยู่ในเครื่องข่าย Tor

ซึ่งเมื่อจบการสรุป ก็ทำให้ได้หัวข้อที่จะมา Workshop ในวันที่ 3 ต่อนั้นคือเรื่อง Privacy & Security ซึ่งจะมีการสอนตั้งแต่การตั้งค่าง่าย ๆ เรื่องพื้นฐานไปจนถึงการใช้โปรแกรมช่วยต่าง ๆ

จบงานก็กลับโรงแรม หาอะไรทานเช่นเคยและออกเดินเที่ยว คราวนี้เราไปแถวท่าเรือ Star Ferry ซึ่งอยู่บริเวณถนน Salibury Road ใกล้ ๆ กับ Hongkong Cultural Center ได้ไปถ่ายรูปวิวเมือง Hongkong จากไกล ๆ มีตึกหลากหลายสวยงาม ถ่ายเสร็จก็เดินแถวถนน Peking Road จนเหนื่อยก็กลับโรงแรมไปนอน

ขอบคุณรูปจาก @ripmilla ครับ

ติดตามต่อ BlogFest.Asia วันที่ 3 ครับ

About this blog

Blog นี้จะกล่าวถึงเรื่องราวชีวิตประจำวัน งานอีเว้นท์ และกระแส Social Mediaรวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่กำลังจะมาครับ เพื่อให้เกิดการตื่นตัวและเข้าใจในกระแสของโลกที่จะเป็นไปในด้าน IT ครับ

Photostream

Categories

Archives

video title

มารณรงค์ว่าอย่าขับรถเร็วกันเถอะ

promote

Spread Firefox Affiliate Button

เข้าสู่ @molek

Foursquare